ปัจจุบันโคมไฟมีให้เลือกมากมายหลายชนิด ผู้แต่งบ้านควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
· ไฟส่องผนัง (Wall Washing) นำมาใช้ได้ 3 กรณีคือ ใช้เพื่อให้แสงสว่างแก่รูปภาพ ใช้สาดผนังที่มีการตกแต่งพื้นผิว และใช้สาดผนังทั่วไปเพื่อทำให้รู้สึกว่าห้องกว้างขึ้น โคมไฟที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่ให้แสงสม่ำเสมอ และควรวางห่างจากผนัง 0.45-0.60 เซนติเมตร แต่ถ้าเพดานเตี้ยก็ต้องลดระยะห่างจากผนังลง
· ไฟโคมห้อย (Chandelier) ใช้สำหรับส่องโฟกัสบนพื้นที่เพื่อสร้างความรู้สึกให้เป็นสถานที่รวมกลุ่มของคน ส่วนใหญ่มักจะใช้ในห้องรับประทานอาหาร

· ไฟส่องสว่างทั่วไป (Ambient Light) นิยมใช้โคมไฟดาวน์ไลท์เป็นส่วนใหญ่ โดยปกติในห้องรับแขก หรือนั่งเล่นจะติดตั้งดวงโคมให้มีระยะห่างกันประมาณไม่เกิน 2.40 เมตร และต้องเป็นชนิดที่ให้แสงสม่ำเสมอ
· ไฟซ่อนในตู้ (Niches) ไฟชนิดซ่อนในตู้ควรต้องติดตั้งไว้ที่ส่วนบนสุดของตู้ และทางที่ดีควรใช้กับชั้นที่ทำด้วยกระจก เพื่อที่แสงจากโคมไฟจะได้ส่องลงมาถึงส่วนล่างของตู้
ไฟส่องต้นไม้ (Plant Light) การให้แสงสว่างกับต้นไม้สามารถทำได้ 2 วิธี คือ ใช้โคมไฟส่องขึ้น (Uplight) หรือโคมไฟส่องลง (Downlight) หรือใช้ผสมผสานกันได้ทั้ง 2 วิธี ทำให้ดูมีมิติที่น่าสนใจขึ้น
· ไฟสาดผนัง (Grazing) การใช้แสงสว่างอย่างถูกต้องกับผนังสามารถทำให้ผนังเป็นเสมือนศิลปะในตัวมันเองได้ โดยติดตั้งโคมไฟให้อยู่ห่างจากผนังประมาณ 0.30 ม. และดวงโคมให้จัดวางห่างกัน 0.30-0.60 ม.ยิ่งวางไฟใกล้ผนังมากขึ้นเท่าไรก็จะยิ่งเห็น Texture ของผนังมากขึ้นเท่านั้น
· โคมไฟห้อยเหนือบาร์ (Bar) แสงที่ส่องกระทบขวดและเครื่องแก้วต่างๆ ในบริเวณบาร์ สร้างความรู้สึกงดงามเกินจะบรรยาย ถ้าใช้ไฟชนิดฮาโลเจน จะทำให้เครื่องแก้วต่างๆ ดูเป็นประกายเหมือนอัญมณี ติดตั้งโคมไฟชนิดนี้ใกล้กับบริเวณชั้นกระจก หรือชั้นไม้ โดยวางห่างออกมาประมาณ 1 ฟุต
ชอบโคมไฟแบบไหน ลองเลือกไปตกแต่งบ้านของคุณให้สวยตามสไตล์กันเลย
ขอให้สนุกกับการแต่งบ้านนะค่ะ ^o^
วันที่: Thu Apr 02 09:22:21 ICT 2026
|
|
|
|
|
|